หลักเกณฑ์การกู้ยืม

หลักเกณฑ์การให้กู้ยืมเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ปี 2560

หลักเกณฑ์และคุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน ตาม “ประกาศคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” เรื่อง “หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และคุณสมบัติของผู้กู้ยืมเงิน” ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2551 นักเรียน/นักศึกษาผู้มีสิทธิขอกู้ยืมเงินจากกองทุนฯ ผู้กู้ยืมรายใหม่ และรายเก่า (ต่อเนื่อง) นอกจากเป็นผู้มี “สัญชาติไทย” แล้ว จะต้องอยู่ในหลักเกณฑ์และมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์
    1.1  ผู้ขอกู้ยืมรายเก่าตั้งแต่ปีการศึกษา 2541 ย้อนหลังไป ที่มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 300,000 บาท ต่อปี
    1.2  ผู้ขอกู้ยืมรายเก่าตั้งแต่ปีการศึกษา 2541 จนถึงปีการศึกษา 2550 ที่มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 150,00 บาท ต่อปี
    1.3  ผู้ขอกู้ยืมตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 -2562  ที่มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาท ต่อปี
    1.4  ผู้ขอกู้ยืมตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ที่มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท ต่อปี
  2. รายได้ครอบครัว พิจารณาหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
    2.1  รายได้รวมของนักเรียน/นักศึกษา ผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของบิดาและมารดา ในกรณีที่ บิดา มารดาเป็น ผู้ใช้อำนาจปกครอง
    2.2  รายได้รวมของนักเรียน/นักศึกษา ผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของผู้ปกครอง ในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองที่มิใช่บิดา มารดา
    2.3  รายได้รวมของนักเรียน/นักศึกษา ผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของคู่สมรสในกรณีที่ผู้ขอกู้ยืมได้ทำการสมรส แล้ว
  3. เป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีหรือผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา และสำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. หรือ ปวส.หรือ มัธยมศึกษาปีที่ 6
  4. เป็นผู้ที่มีความประพฤติ ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาขั้นร้ายแรง หรือไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย เช่น หมกมุ่นในการพนัน เสพยาเสพติดให้โทษ ดื่มสุราเป็นอาจิณหรือเที่ยวเตร่ในสถานบันเทิงเริงรมย์เป็นอาจิณ เป็นต้น
  5. เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบหรือประกาศการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียนสถานศึกษา หรือสถานศึกษาที่อยู่ในสังกัดการควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงหรือส่วนราชการอื่นๆ รัฐวิสาหกิจ
  6. ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน
  7. ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา
  8. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  9. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  10. ไม่เป็นหรือเคยเป็น ผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้กองทุนเว้นแต่จะชำระหนี้ดังกล่าวครบถ้วนแล้ว
  11. อายุ ณ วันสมัครเรียน
    11.1 ลักษณะที่ 1 นับรวมกันระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ระยะเวลาชำระหนี้ 15 ปี รวมแล้วอายุไม่เกิน 60 ปี
    11.2 ลักษณะที่ 2 อายุไม่เกิน 30 ปี
  12. ทำกิจกรรมจิตอาสา 1 กิจกรรม ในปีการศึกษาก่อนที่มาสมัครเรียนหรือกู้ยืม

รูปแบบทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่มีความขาดแคลนทางการเงิน สามารถกู้ยืมเงินทุนจากรัฐบาล และใช้คืนตามกำหนดระยะเวลา แบ่งลักษณะการกู้ยืมมี 3 แบบ ดังนี้

- นักศึกษากู้ยืมต่อเนื่องในสถาบัน คือ นักศึกษาที่เคยกู้ยืมกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 ถึงก่อนปีปัจจุบัน และมีความประสงค์กู้ยืมต่อเนื่องในปีการศึกษาปัจจุบัน คุณสมบัติ คือ นักศึกษากู้ยืมต่อเนื่องในสถาบันสามารถกู้ยืมได้ทุกคนที่ยื่นกู้ยืมตามกำหนดเข้าประชุมตามกำหนด ส่งเอกสารตามกำหนด มีผลการเรียนดี และมีความประพฤติดี ไม่เคยรักษาสถานภาพในภาคเรียนที่เคยกู้ยืม

- นักศึกษากู้ยืมต่อเนื่องจากสถาบันอื่น คือ นักศึกษาที่เคยกู้ยืมจากโรงเรียน/สถาบันการศึกษา อื่น และมีความประสงค์กู้ยืมต่อเนื่องกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตในปีการศึกษาปัจจุบันเป็นปีแรกกับมหาวิทยาลัย

- นักศึกษากู้ยืมรายใหม่ คือ นักศึกษาที่ไม่เคยกู้ยืมจากสถานศึกษาใด ๆ มาก่อน และมีความประสงค์จะขอกู้ยืมกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตในปีการศึกษาปีปัจจุบันเป็นปีแรก

การกู้ยืมแบ่งเป็น 4 ลักษณะ  ดังนี้

เปิดให้กู้ยืมอยู่ในปัจจุบัน

ลักษณะที่ 1 ขาดแคลนทุนทรัพย์

ลักษณะที่ 2 สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของการผลิตกำลังคน และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

1. นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ขาดแคลนทุนทรัพย์ คือ รายได้ครอบครัวรวมกันแล้วไม่เกิน 360,000 บาท ต่อปี 1. นักเรียน หรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคน และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ไม่จำกัดรายได้ครอบครัว
2. กู้ยืมได้ทุกคณะ/สาขา 2. กู้ยืมได้เฉพาะคณะ/สาขา ที่กำหนดตามประกาศเรื่องกำหนดลักษณะของเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ขอบเขตการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ประเภทวิชา สถานศึกษา หรือระดับชั้นการศึกษา และหลักสูตรที่จะให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา

3. กู้ยืมค่าเล่าเรียนได้สูงสุดไม่เกินวงเงินที่กำหนดในแต่ละปีการศึกษา และกู้ยืมค่าครองชีพสูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน

3. กู้ยืมค่าเล่าเรียนได้สูงสุดไม่เกินวงเงินที่กำหนดในแต่ละปีการศึกษา และกู้ยืมค่าครองชีพ (เฉพาะผู้กู้ยืมที่มีรายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท ต่อปี) กู้ยืมค่าครองชีพสูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน

ข้อดี ข้อเสีย ของการเลือกลักษณะการกู้ยืมในแต่ละลักษณะ

เลือกการกู้ยืมลักษณะที่ 1 ขาดแคลนทุนทรัพย์

เลือกการกู้ยืมลักษณะที่ 2 สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของการผลิตกำลังคน และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

เมื่อเลือกการกู้ยืมในลักษณะที่ 1 หากรายได้ครอบครัวของนักศึกษาในปีการศึกษาถัดไปเกินกว่า 360,000 บาทต่อปี นักศึกษาจะไม่สามารถกู้ยืมได้ตั้งแต่ปีการศึกษาที่รายได้ครอบครัวเกินจนสิ้นสุดระยะเวลาการกู้ยืม

เมื่อเลือกการกู้ยืมลักษณะที่ 2 หากนักศึกษาต้องการย้ายคณะสาขาไปเรียนในคณะสาขาที่เป็นการกู้ยืมแบบลักษณะที่ 1 นักศึกษาจะไม่สามารถกู้ยืมได้ นักศึกษาสามารถเลือกในคณะสาขาที่เป็นลักษณะที่ 2 เท่านั้น

ยังไม่เปิดให้กู้ยืมคาดว่ามีการให้กู้ยืมเริ่มในปีการศึกษา 2564 ซึ่งยังไม่กำหนดคุณสมบัติที่แน่ชัด

ลักษณะที่ 3 สาขาวิชาขาดแคลนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ

ลักษณะที่ 4 เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ

เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่ นักเรียนหรือนักศึกษาในสาขาวิชาขาดแคลนหรือสาขาวิชาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ

เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่ นักเรียนหรือนักศึกษาที่เรียนดี เพื่อสร้างความเป็นเลิศ

คณะสาขาที่สามารถกู้ยืมได้ (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2563)

คณะ

สาขาวิชาที่กู้ยืมในลักษณะที่ 1

สาขาวิชาที่กู้ยืมในลักษณะที่ 2

บริหารธุรกิจ

- การบัญชี
- การตลาด
- Marketing  
- การเงินและการธนาคาร ****
- การจัดการการเงินและการลงทุน**
- การจัดการ ****
- การจัดการธุรกิจสมัยใหม่**
- Entrepreneurial Management 
- คอมพิวเตอร์ธุรกิจ****
- ธุรกิจดิจิทัล**
- การขนส่งระหว่างประเทศ****
- การจัดการโลจิสติกส์ (*,**)
- การจัดการทรัพยากรมนุษย์
- นวัตกรรมธุรกิจการค้าสมัยใหม่ 

- การบัญชี
- การจัดการโลจิสติกส์ (*,**)

นิติศาสตร์

- นิติศาสตร์

 

นิเทศศาสตร์

- สื่อสารการแสดงร่วมสมัย  
- วิทยุโทรทัศน์และสื่อดิจิทัล
- การภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล
- สื่อสังคมออนไลน์และสารสนเทศดิจิทัล *
- การประชาสัมพันธ์****
- การโฆษณา****
- นวัตกรรมการสื่อสารและแบรนด์**

- สื่อสังคมออนไลน์และสารสนเทศดิจิทัล *
- การภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล***

วิศวกรรมศาสตร์

- วิศวกรรมศาสตร์หลักสูตร 2 ปี
   สาขาเทคโนโลยีวิศวอุตสาหการ
- วิศวกรรมศาสตร์หลักสูตร 3 ปี และ 4 ปี
   สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ *
   สาขาวิศวกรรมอิเล็คทรอนิกส์และโทรคมนาคม
   สาขาวิศวกรรมเครื่องกล*
   สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า*
   สาขาวิศวกรรมโยธา*
   สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์*
- นักบิน  
- ช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน

- วิศวกรรมศาสตร์หลักสูตร 3 ปี และ 4 ปี
   สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ *
   สาขาวิศวกรรมอิเล็คทรอนิกส์และโทรคมนาคม
   สาขาวิศวกรรมเครื่องกล*
   สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า*
   สาขาวิศวกรรมโยธา*
   สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์*
- นักบิน  
- ช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน

สถาปัตยกรรมศาสตร์

- สถาปัตยกรรมศาสตร์
- การออกแบบนิเทศศิลป์
- การออกแบบภายใน
- นวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์

- สถาปัตยกรรมศาสตร์
- นวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์*** 

ศิลปศาสตร์

- การจัดการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- การจัดการโรงแรม
- การจัดการท่องเที่ยว
- Hotel Management 
- การออกแบบแฟชั่น 
- ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

- การออกแบบแฟชั่น 
- ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร***

สถาบันพัฒนาบุคลากรการบิน

- ธุรกิจการบิน* 
- Aviation Industry Management 

- ธุรกิจการบิน* 
- Aviation Industry Management 

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

- วิทยาการคอมพิวเตอร์

- วิทยาการคอมพิวเตอร์

จิตวิทยา

- จิตวิทยา

-

วิทยาศาสตร์การกีฬา

- วิทยาศาสตร์การกีฬา 
- การจัดการกีฬาและนันทนาการ

-

พยาบาลศาสตร์ - พยาบาลศาสตร์ - พยาบาลศาสตร์***

* กลุ่ม 10 อุตสาหกรรม เมื่อเรียนจบปริญญาตรีแล้วจะได้ดอกเบี้ยอัตราพิเศษไม่เกิน 0.5% ต่อปี และได้ส่วนลดเงินต้น 30-50% ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย (เฉพาะผู้กู้ยืมในปีการศึกษา 2562 – 2566)  
** คือ สาขาที่เปลี่ยนชื่อสาขา อยู่ระหว่างรอผลการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
*** คือ สาขาที่ปีการศึกษา 2562 เป็นการกู้ยืมลักษณะที่ 2 แต่ในปีการศึกษา 2563 ประกาศสาขาวิชาดังกล่าวยังไม่ขึ้นในระบบ
**** คือ สาขาวิชาที่เปิดสอนเฉพาะนักศึกษาเก่าทุกรหัสยกเว้นรหัสขึ้นต้นด้วย 63

 

วงเงินการกู้ยืม (ไม่เกินค่าใช้จ่ายจริงที่ลงทะเบียนเรียน)

กลุ่ม

ความขาดแคลน

วงเงิน

สังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์

ไม่ขาดแคลน

50,000

สังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์

ขาดแคลน

60,000

ศิลปกรรมศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์

 

70,000

วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

70,000

สาธารณสุขศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์

 

90,000

 

การตัดสิทธิ์ให้กู้ยืม สำหรับนักศึกษาเก่าในสถาบัน ประจำปีการศึกษา 2563

  1. เมื่อนักศึกษากู้ยืมครบระยะเวลาตามหลักสูตรที่สามารถกู้ยืมได้ เช่น นักศึกษาหลักสูตร 4 ปี สามารถกู้ยืมในระดับอุดมศึกษาได้ 4 ปี คือ ในภาคการศึกษาใดที่มีการลงทะเบียนเรียน ถึงแม้ไม่กู้ยืมจะนับเป็นการใช้สิทธิ์ในการกู้ยืมในปีนั้น ๆ ทันที ใน 1 ปีการศึกษา มีการเปิดการเรียนการสอน 2 ภาคการศึกษา ส่วนภาคฤดูร้อน แล้วแต่คณะสาขานั้น ๆ จะมีการเรียนการสอน การทำการกู้ยืมต้องทำการกู้ยืมในภาคเรียนที่ 1 จึงจะสามารถกู้ยืมต่อภาคเรียนที่ 2 และ ฤดูร้อน ได้ หากนักศึกษาไม่กู้ยืมภาคเรียนที่ 2 และฤดูร้อน จะถือว่าสละสิทธิ การนับจำนวนครั้งจะถือเป็น 1 ปี หากยังไม่สำเร็จการศึกษานักศึกษาต้องชำระค่าเล่าเรียนด้วยทุนส่วนตัวในภาคการศึกษาถัดไป
  2. เมื่อนักศึกษา แต่งกายไม่เรียบร้อย คือ นักศึกษาไม่สวมเสื้อในกางเกง หรือกระโปรง นักศึกษาสวมรองเท้าแตะ นักศึกษาสวมกางเกงยีนส์ นักศึกษาสวมกระโปรงสั้นกว่าระดับเข่า นักศึกษาสวมผ้าฮิญาบที่ไม่ใช่สีดำ สีกรมท่า และสีขาว ที่กล่าวมาอย่างใดอย่างหนึ่ง นับว่าเป็นการแต่งกายไม่เรียบร้อย 1 ครั้งนักศึกษาจะถูกตักเตือน หากตักเตือนเกิน 3 ครั้ง กองทุนจะให้นักศึกษาหาบทความเกี่ยวกับภัยอันตรายในสังคมจากการแต่งกาย จำนวน 1 บทความ หากยังมีการแต่งกายที่ไม่เรียบร้อยเป็นครั้งที่ 4 กองทุนกู้ยืมจะเสนอเพื่อตัดสิทธิการกู้ยืมในปีการศึกษาถัดไป เหตุผลการตัดสิทธิ เป็นนโยบายการแต่งกายที่ถูกระเบียบ และไม่เป็นอันตรายต่อตัวนักศึกษา และเป็นการฝึกให้นักศึกษาอยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์
  3. เมื่อนักศึกษา ไม่ทำกิจกรรมจิตอาสาให้ครบ 36 ชั่วโมง กำหนดการทำจิตอาสาในปีการศึกษา 2563 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 – พฤษภาคม 2564
  4. เมื่อนักศึกษาไม่เข้าประชุมตามที่กองทุนกำหนด
  5. เมื่อนักศึกษาไม่ยื่นผ่านระบบการกู้ยืมตามระยะเวลาที่กำหนด
  6. เมื่อนักศึกษาไม่กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการกู้ยืมตามระยะเวลาที่กำหนด
  7. เมื่อนักศึกษาไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบตามที่กองทุนกู้ยืม และมหาวิทยาลัยกำหนด

 

การชำระหนี้ คือ นักศึกษาติดต่อชำระหนี้คืนเมื่อหยุดการกู้ยืม หรือเลิกการศึกษา แล้วมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 2 ปี คำว่า “ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย” คือ หากชำระภายใน 2 ปี ยอดเงินต้นที่ชำระจะไม่เสียดอกเบี้ย เมื่อถึงกำหนดชำระในปีที่ 3 เริ่มคิดดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 จากยอดเงินต้นที่คงเหลือยังไม่ชำระ

**ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง